เซียนสอนเอง!! ขับรถผ่านจุดน้ำท่วม ครั้งนี้ไม่มีกลัว

ขับรถลุยน้ำท่วมยังไง

การขับขี่รถยนต์ในช่วงหน้าฝนต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เพราะนอกจากทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ไม่ดีเนื่องจากฝนตกหนักแล้ว ถนนบางแห่งอาจมีน้ำท่วมขัง ซึ่งหากเป็นไปได้ ไม่ควรขับผ่านบริเวณที่มีน้ำท่วมสูง เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์ของรถเสียหายได้ แต่หากจำเป็นต้องขับผ่าน วันนี้ทางเรามีทริควิธีมาบอกว่าควรทำอย่างไรหากจำเป็นต้องขับรถผ่านจุดน้ำท่วม

สิ่งที่ควรปฏิบัติขณะขับรถผ่านจุดน้ำท่วม

  1. เบรคและชะลอรถให้ความเร็วให้เหลือไม่เกิน 60-80 กม./ชม. สำหรับน้ำท่วมขังทั่วไป หรือหากเจอน้ำท่วมขังสูงระยะทางยาว ให้ขับไม่เกิน 20-30 กม./ชม.  เนื่องจากหากใช้ความเร็วผ่านน้ำท่วมขังอาจทำให้รถยนต์เสียการทรงตัวได้ และการลุยน้ำด้วยความเร็วสูงจะทำให้ชิ้นส่วนกระแทกหรือหลุดเสียหายได้
  2. ไม่ควรขับผ่านระดับน้ำที่ท่วมเกิน 30 ซม. หรือประมาณครึ่งล้อรถ หรือสังเกตจากขอบฟุตบาทได้ซึ่งฟุตบาททั่วไปจะอยู่ประมาณ 10-20 ซม. หากขับรถบนต์ผ่านจุดน้ำท่วมขังสูง มีโอกาสเครื่องยนต์ดับได้
  3. ปิดระบบแอร์ ควรปิดระบบแอร์หากต้องขับผ่านจุดท่วมขังเป็นเวลานาน เนื่องจากระบบแอร์จะทำให้ใบพัดในห้องเครื่องยนต์ทำงาน ซึ่งจะพัดโดนน้ำที่ท่วมอยู่อาจทพให้เกิดใบพัดหรือส่วนอื่นๆ ของเครื่องยนต์เสียหายเพิ่มเติมได้
  4. ใช้เกียร์ต่ำ ถ้าหากเป็นเกี่ยร์ออโต้ ควรใช้เกียร์ 2 หรือ L เพื่อให้ความเร็วของรถคงที่ตลอดเวลา ไม่ควรเร่งแล้วหยุดบ่อยครั้ง
  5. เว้นระยะห่างจากคันหน้าให้มากกว่าปกติ 2-3 เท่าจากปกติ เนื่องจากประสิทธิภาพเบรคเมื่ออยู่ในน้ำจะทำงานได้ไม่เต็มที่ และหลังผ่านจุดน้ำท่วมให้ย้ำเบรค 2-3 ครั้งเพื่อไล่สิ่งสกปรกออกจากหน้าระบบเบรค

น้ำท่วมระดับไหนถือว่าอันตราย

สำหรับรถเก๋ง

รถเก๋งทั่วไปจะมีความสูงตัวรถสูงจากพื้นประมาณ 20-25 ซม. 

สำหรับรถ SUV หรือ กะบะ

30-40 ซม. ซึ่งจะเป็นระดับที่อยู่ประมาณครึ่งล้อ ไม่ถึงท่อไอเสีย หรือระดับที่น้ำอยู่ที่ใต้ตัวเครื่องพอดี หากเกินจากระดับดังกล่าว อาจทำให้น้ำเข้าระบบตัวเครื่องยนต์หรือเข้าห้องโดยสารได้ ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก

อ่านเพิ่มเติม เรื่องควรรู้ หากรถเสียเพราะน้ำเข้าเครื่อง 

น้ำท่วมถนนจุดน้ำท่วมยอดฮิตของกทม ฝนตกเมื่อไร เลี่ยงได้เลี่ยง

  1. ถนนแจ้งวัฒนะ ช่วงจากคลองประปาถึงคลองเปรมประชากร ( เขตหลักสี่)
  2. ถนนรัชดาภิเษก บริเวณหน้าธนาคารกรุงเทพ ( เขตจตุจักร)
  3. ถนนพหลโยธิน บริเวณหน้าตลาดอมรพันธุ์และแยกเกษตร ( เขตจตุจักร)
  4. ถนนประชาราษฎร์ สาย 2 บริเวณแยกเตาปูน (เขตบางซื่อ)
  5. ถนนราชวิถี บริเวณหน้าราชภัฏสวนดุสิตและเชิงสะพานกรุงธน (เขตดุสิต)
  6. ถนนพญาไท บริเวณหน้ากรมปศุสัตว์ ( เขตราชเทวี )
  7. ถนนศรีอยุธยา บริเวณหน้า สน.พญาไท ( เขตราชเทวี)
  8. ถนนจันทร์ ช่วงจากซอยบำเพ็ญกุศลถึงที่ทำการไปรษณีย์ยานนาวา (เขตสาทร)
  9. ถนนสวนพลู ช่วงจากถนนสาทรใต้ถึงถนนนางลิ้นจี่ (เขตสาทร)
  10. ถนนสาธุประดิษฐ์ บริเวณแยกถนนจันทร์ (เขตสาทร)
  11. ถนนสุวินทวงศ์ ช่วงจากคลองสามวาถึงคลองแสนแสบ (เขตมีนบุรี )
  12. ถนนเพชรเกษม ช่วงจากคลองทวีวัฒนาถึงคลองราชมนตรี ( เขตบางแค)
  13. ซอยหมู่บ้านเศรษฐกิจ จากถนนเพชรเกษมถึงวงเวียนกาญจนาภิเษก (เขตบางแค)
  14. ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล ช่วงจากถนนพระรามที่ 2 ถึงคลองสะแกงาม (เขตบางขุนเทียน)

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการขับรถผ่านจุดน้ำท่วม

ขับรถผ่านน้ำท่วมเร็วๆ เพื่อให้พ้นจุดน้ำท่วมได้ไวไว – การขับผ่านจุดน้ำท่วมขังด้วยความเร็ว อาจก่อให้เกิดภาวะเสียการควบคุมเนื่องจากลื่นไถลได้ และการขับด้วยความเร็วในน้ำท่วมขังจะทำให้เกิดคลื่นน้ำวนเข้าตัวเครื่องได้เช่นกัน

ขับรถผ่านจุดน้ำท่วมจนรถเสีย ควรปฎิบัติตัวอย่างไร

หากรถเกิดเสียหรือดับระหว่างขับผ่านจุดน้ำท่วม ไม่ควรบิดกุญแจเพื่อติดเครื่องยนต์หลายครั้ง ควรเคลื่อนย้ายรถยนต์ออกจากจุดน้ำท่วมและให้ช่างตรวจเช็คเครื่องยนต์ก่อนว่าเครื่องยนต์มีความเสียหายพร้อมใช้งานหรือไม่ เพราะการสตาร์ทรถทันทีอาจทำให้น้ำเข้าไปในรพบบเครื่องยนต์หรือเสียหายได้

หรือ หากรถยนต์จอดแช่น้ำไว้อยู่ ควรตรวจสอบระบบของเหลวว่ามีน้ำปะปนเข้าในระบบตัวรถหรือไม่ ก่อนนำไปใช้งานด้วย หากมีปะปนจะทำให้เครื่องบนต์เสียหายได้เช่นกัน

จบแล้วสำหรับคำแนะนำในการขับรถลุยน้ำท่วม หากลูกค้าท่านไหนขับรถผ่านจุดน้ำท่วมจนรถเสีย น้ำเข้าเครื่อง ต้องใช้เวลาในการซ่อมนาน สามารถมา เช่ารถกรุงเทพ กับซัมเมอร์ได้นะคะ ราคาไม่แพงค่ะ โดยสามารถดูรายละเอียดรุ่นรถและราคาได้ที่ เช่ารถราคาถูก

author avatar
Lek Techa Blogger
มีประสบการณ์การทำงานอยู่ในธุรกิจเช่ารถยนต์มา 10 กว่าปี ปัจจุบันทำงานอยู่ที่บริษัทรถเช่า Summercarrent มีความสนใจในเรื่องรถยนต์ การท่องเที่ยว อาหาร และชอบศึกษาหาความรู้ใหม่ๆเพิ่มเติมอยู่ตลอด การศึกษาสูงสุด ระดับปริญญาโท จาก University of South Florida