Segment รถยนต์คืออะไร เลือกเช่าแบบไหนให้เหมาะกับคุณ

Segment รถยนต์คืออะไร

เวลาที่เรากำลังวางแผนเดินทางหรือต้องการเช่ารถยนต์สักคันเพื่อใช้งาน หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำศัพท์เฉพาะทางเกี่ยวกับการแบ่งไซซ์รถและเกิดความสงสัยว่าสิ่งเหล่านี้มีความสำคัญอย่างไรต่อการตัดสินใจใช้งานจริง วันนี้ SUMMERCARRENT บริษัทเช่ารถยนต์ชั้นนำที่พร้อมให้บริการคุณอย่างครบวงจร จะมาแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับ Segment รถ อย่างละเอียด เพื่อให้คุณเข้าใจว่า ประเภทรถยนต์ แต่ละแบบมีความแตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนถึงจะตอบโจทย์การเดินทางของคุณมากที่สุด

Segment รถยนต์คืออะไร

Segment รถยนต์ คือ มาตรฐานสากลที่ใช้ในการแบ่งกลุ่มและจัดหมวดหมู่ของรถยนต์ โดยพิจารณาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นขนาดของตัวถัง ความกว้างขวางของห้องโดยสาร ปริมาตรความจุกระบอกสูบ (เครื่องยนต์) ไปจนถึงระดับราคาและกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้งาน 

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Segment รถยนต์จึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาบริการเช่ารถยนต์ เพราะจะช่วยให้คุณสามารถประเมินสมรรถนะ พื้นที่ใช้สอย ความประหยัดน้ำมัน และเลือก ประเภทรถยนต์ ได้อย่างเหมาะสมกับจำนวนผู้โดยสาร สัมภาระ และเส้นทางที่จะเดินทาง ช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาเช่ารถมาแล้วเล็กเกินไปจนนั่งไม่สบาย หรือคันใหญ่เกินไปจนหาที่จอดในเมืองได้ลำบาก

Segment รถยนต์มีประเภทไหนบ้าง

เราสามารถแบ่ง Segment รถออกเป็นกลุ่มหลักๆ ตามมาตรฐานตัวอักษรภาษาอังกฤษที่นิยมใช้กันในตลาดยานยนต์ ดังต่อไปนี้

A-Segment (Eco Car / City Car)

A-Segment

รถยนต์ในกลุ่ม A-Segment จัดเป็น ประเภทรถยนต์ ที่มีขนาดเล็กที่สุดในกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคล มักมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาดเล็กประมาณ 1.0 – 1.2 ลิตร (ในประเทศไทยมักจัดอยู่ในกลุ่ม Eco Car) จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของ Segment รถยนต์กลุ่มนี้คือความคล่องตัวสูง หาที่จอดรถง่าย น้ำหนักเบา และประหยัดน้ำมันได้อย่างยอดเยี่ยม การตกแต่งภายในเน้นความเรียบง่ายและฟังก์ชันพื้นฐานที่ครบครัน เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองเป็นหลัก หรือขับระยะทางสั้นๆ

  • ตัวอย่างรถยนต์: Toyota Yaris (Gen 1), Honda Brio, Nissan March
  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่ต้องการ เช่ารถรายวัน เพื่อทำธุระในเมือง ขับไปทำงาน หรือผู้ที่เดินทางคนเดียวถึงสองคนและมีสัมภาระไม่มาก

B-Segment (Subcompact Car)

 B-Segment

ขยับขนาดขึ้นมาอีกนิดกับ B-Segment ซึ่งถือเป็น ประเภทรถยนต์ ที่ได้รับความนิยมสูงสุดและมียอดขายดีที่สุดในประเทศไทย Segment รถยนต์กลุ่มนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาดประมาณ 1.2 – 1.5 ลิตร มีพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางขึ้น นั่งสบายกว่า A-Segment อย่างเห็นได้ชัด รวมถึงมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่จุของได้มากขึ้น สมรรถนะเครื่องยนต์สามารถขับขี่ทางไกลข้ามจังหวัดได้อย่างสบายๆ และยังคงรักษาความประหยัดน้ำมันไว้ได้ดี

  • ตัวอย่างรถยนต์: Honda City, Toyota Vios, Nissan Almera, Mazda 2
  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่ต้องการ เช่ารถรายเดือน สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน หรือเช่าไปเที่ยวต่างจังหวัดใกล้ๆ กับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวขนาดเล็ก (3-4 คน)

C-Segment (Compact Car)

C-Segment

C-Segment เป็นกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดกลางที่ยกระดับความพรีเมียมขึ้นมาอีกขั้น Segment รถยนต์กลุ่มนี้มักใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 – 1.8 ลิตร (หรืออาจมีเทคโนโลยีไฮบริดหรือเทอร์โบเข้ามาเสริม) จุดเด่นคือพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง นั่งสบายแม้ต้องเดินทางไกล ช่วงล่างถูกออกแบบมาให้ซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีเยี่ยม เกาะถนนหนึบ และมักมาพร้อมกับเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เป็น ประเภทรถยนต์ ที่ให้ความรู้สึกเป็นทางการและภูมิฐานมากขึ้น

  • ตัวอย่างรถยนต์: Honda Civic, Toyota Corolla Altis, Mazda 3
  • เหมาะกับใคร: การเดินทางไกลที่เน้นความนุ่มนวล ผู้ที่ต้องการ เช่ารถระยะยาว สำหรับผู้บริหารระดับต้น หรือเซลส์ที่ต้องขับรถออกต่างจังหวัดเป็นประจำ

D-Segment (Mid-Size Car)

D-Segment

นี่คือ Segment รถที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (Sedan) ธรรมดา เป็นรถยนต์ประเภทที่เน้นความหรูหรา ภูมิฐาน และความสะดวกสบายขั้นสุด เครื่องยนต์มักมีขนาดตั้งแต่ 2.0 – 2.5 ลิตรขึ้นไป ภายในห้องโดยสารกว้างขวางโอ่อ่า วัสดุตกแต่งพรีเมียม เบาะนั่งปรับไฟฟ้า ระบบเครื่องเสียงและเทคโนโลยีความปลอดภัยจัดเต็มระดับไฮเอนด์ ช่วงล่างนุ่มนวลเงียบสงบ ให้ประสบการณ์การเดินทางระดับเฟิร์สคลาส

  • ตัวอย่างรถยนต์: Toyota Camry, Honda Accord, Nissan Teana
  • เหมาะกับใคร: ผู้บริหารระดับสูง นักธุรกิจที่ต้องการภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ หรือผู้ที่ต้องการ เช่ารถยนต์ เพื่อใช้ในงานพิธีการสำคัญ งานแต่งงาน หรือรับรองแขก VIP

รถประเภทอื่นๆ ที่แบ่งตามลักษณะของตัวรถ

นอกจากการแบ่ง Segment รถตามขนาดและตัวอักษรแล้ว ในวงการยานยนต์ยังมีการแบ่ง ประเภทรถยนต์ ตามลักษณะการออกแบบโครงสร้างตัวถังและการใช้งานอเนกประสงค์ด้วย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ได้แก่

รถยนต์ประเภท MPV

MPV (Multi-Purpose Vehicle)

MPV หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ เป็น ประเภทรถยนต์ ที่ออกแบบมาเพื่อเน้นการโดยสารเป็นหลัก ตัวถังมีลักษณะคล้ายรถตู้ย่อส่วน มีพื้นที่เหนือศีรษะสูงโปร่ง จุดเด่นคือเบาะนั่งที่รองรับผู้โดยสารได้ตั้งแต่ 7 ถึง 11 ที่นั่ง (มี 3-4 แถว) และสามารถพับเบาะเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของได้ เป็น Segment รถที่เน้นความสบายของทุกคนในครอบครัว เข้าออกรถได้ง่าย

ตัวอย่างรถยนต์: Toyota Innova, Toyota Sienta, Toyota Alphard

SUV และ Crossover

SUV (Sport Utility Vehicle) และ Crossover ถือเป็น ประเภทรถยนต์ ที่มาแรงที่สุดในยุคนี้ เป็นรถอเนกประสงค์ยกสูงที่ผสมผสานความนุ่มนวลของรถเก๋งเข้ากับทัศนวิสัยที่ดีและระยะห่างจากพื้น (Ground Clearance) ที่สูงขึ้น ทำให้สามารถลุยน้ำรอระบายหรือทางขรุขระได้ดีกว่ารถเก๋งทั่วไป โดย Crossover จะมีขนาดกะทัดรัดกว่า (พัฒนาบนพื้นฐาน B หรือ C-Segment) ส่วน SUV จะมีขนาดใหญ่และทรงพลังกว่า

ตัวอย่างรถยนต์: Honda HR-V, Toyota Corolla Cross, Honda CR-V, Haval H6

PPV (Pickup Passenger Vehicle)

หลายคนมักสับสนระหว่าง SUV กับ PPV แต่แท้จริงแล้ว PPV เป็นประเภทรถยนต์ที่มีเฉพาะในบางภูมิภาค (เช่น ประเทศไทย) โดยเป็นการนำโครงสร้างแชสซีส์ของรถกระบะมาดัดแปลงเป็นรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ข้อดีของรถยนต์ประเภทนี้คือความแข็งแกร่ง ทนทาน ลุยทางสมบุกสมบันหรือเส้นทางออฟโรด (Off-road) ได้ดีเยี่ยม ระบบช่วงล่างทนทานรองรับน้ำหนักได้เยอะ แต่อาจมีความกระด้างกว่า SUV เล็กน้อย

ตัวอย่างรถยนต์: Toyota Fortuner, Mitsubishi Pajero Sport, Ford Everest

รถกระบะ (Pickup Truck)

เป็นประเภทรถยนต์ที่คนไทยคุ้นเคยกันดีที่สุด โครงสร้างตัวถังแข็งแกร่ง มีพื้นที่กระบะท้ายสำหรับบรรทุกสัมภาระหนักๆ เครื่องยนต์ดีเซลมีแรงบิดสูง เหมาะกับการใช้งานเชิงพาณิชย์ งานเกษตรกรรม หรือผู้ที่ต้องขนย้ายสิ่งของชิ้นใหญ่ๆ เป็นประจำ

ตัวอย่างรถยนต์: Isuzu D-Max, Toyota Hilux Revo, Ford Ranger

H3 รถตู้ (Van)

สำหรับกลุ่มองค์กรหรือครอบครัวใหญ่พิเศษ รถตู้คือประเภทรถยนต์ที่ตอบโจทย์ที่สุด สามารถจุผู้โดยสารได้ตั้งแต่ 10-14 ที่นั่ง เน้นการเดินทางเป็นหมู่คณะ พื้นที่กว้างขวาง หลังคาสูงโปร่ง

ตัวอย่างรถยนต์: Toyota Commuter, Nissan Urvan

ทริคเลือกประเภทรถยนต์ให้ตอบโจทย์ทริปของคุณ

เพื่อให้การตัดสินใจ เช่ารถยนต์ ของคุณคุ้มค่าและตรงกับการใช้งานมากที่สุด ลองพิจารณาทริคการเลือก Segment รถยนต์ตามสไตล์ทริปดังต่อไปนี้

  • ขับชิลล์ในเมือง เน้นหาที่จอดง่าย

หากแพลนของคุณคือการตระเวนคาเฟ่ ช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า หรือทำธุระในเขตเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น แนะนำให้เลือกรถยนต์กลุ่ม A-Segment หรือ B-Segment เพราะความเล็กกะทัดรัดจะช่วยให้คุณซอกแซกในซอยแคบๆ ได้ดีเยี่ยม ใช้เวลาหาที่จอดรถน้อยกว่า และยังช่วยเซฟค่าใช้จ่ายเรื่องน้ำมันไปได้มาก

  • ทริปครอบครัว หรือแก๊งเพื่อน สัมภาระเยอะ

สำหรับทริปที่มีผู้ร่วมเดินทาง 4-7 คน และมีกระเป๋าเดินทางหลายใบ การทนเบียดในรถเก๋งขนาดเล็กอาจทำให้ทริปหมดสนุกได้ แนะนำให้เลือกรถในกลุ่ม Crossover, SUV หรือ MPV จะดีที่สุด เพราะนอกจากพื้นที่วางขาที่กว้างขวางแล้ว ทุกคนในรถยังรู้สึกโปร่งโล่งไม่อึดอัด และมีพื้นที่ท้ายรถเพียงพอสำหรับกระเป๋าเดินทางของทุกคน

  • ทริปสายลุย ขึ้นดอย ลุยป่า

หากจุดหมายปลายทางของคุณคือยอดดอย ทางดินแดง หรืออุทยานแห่งชาติที่มีความลาดชันสูง ประเภทรถยนต์ ที่คุณต้องมองหาคือ PPV หรือ รถกระบะ 4 ประตู (โดยเฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ) เพราะรถกลุ่มนี้มีพละกำลังเครื่องยนต์และแรงบิดมหาศาล ประกอบกับช่วงล่างที่ออกแบบมาให้ทนทานต่อการกระแทก ทำให้คุณมั่นใจและปลอดภัยในทุกสภาพเส้นทาง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Segment รถและประเภทรถยนต์

B-Segment กับ C-Segment ต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างหลักอยู่ที่ “ขนาดตัวถัง” และ “สมรรถนะ” โดย B-Segment (เช่น Honda City) จะเป็นรถขนาดกะทัดรัด เครื่องยนต์ 1.2-1.5 ลิตร เน้นความประหยัดและคล่องตัว ส่วน C-Segment (เช่น Honda Civic) จะมีขนาดตัวถังที่กว้างและยาวกว่า เครื่องยนต์ใหญ่กว่า (1.5-1.8 ลิตร) ทำให้มีพื้นที่ห้องโดยสารกว้างกว่า นั่งสบายกว่า และเกาะถนนในความเร็วสูงได้ดีกว่า

รถ Eco Car จัดอยู่ใน Segment ไหน

ในประเทศไทย โครงการรถ Eco Car คือการกำหนดมาตรฐานเรื่องการประหยัดน้ำมันและการปล่อยมลพิษเป็นหลัก ซึ่งรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการนี้ส่วนใหญ่จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม A-Segment (เช่น Honda Brio) และ B-Segment แฮทช์แบ็ก/ซีดาน (เช่น Nissan Almera, Toyota Yaris)

SUV กับ PPV แตกต่างกันอย่างไร

แตกต่างกันที่โครงสร้างพื้นฐานของตัวรถ SUV (เช่น Honda CR-V) พัฒนามาจากโครงสร้างตัวถังแบบชิ้นเดียว (Unibody) แบบเดียวกับรถเก๋ง ทำให้ได้ความนุ่มนวลและนั่งสบาย ส่วน PPV (เช่น Toyota Fortuner) พัฒนาต่อยอดมาจากโครงสร้างแชสซีส์ของรถกระบะ (Body-on-frame) ทำให้มีความทนทานสูง รับน้ำหนักได้มาก และเหมาะกับการลุยทางออฟโรดมากกว่า

เช่ารถไปเที่ยวต่างจังหวัดกับครอบครัว 4-5 คน ควรเลือกประเภทรถยนต์แบบไหน

แนะนำให้เลือก ประเภทรถยนต์ กลุ่ม Crossover (เช่น Toyota Cross, Honda HR-V) หรือ SUV (เช่น Honda CR-V) เพราะรองรับผู้โดยสาร 4-5 คนได้สบายๆ โดยไม่อึดอัด พร้อมทั้งมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังเพียงพอ หรือหากต้องการความสบายสูงสุด การเลือกกลุ่ม MPV (เช่น Toyota Sienta) ก็เป็นตัวเลือกที่ดีมากเช่นกัน

สรุปเกี่ยวกับ Segment รถยนต์

สรุปบทความ

การทำความเข้าใจไซซ์และรูปแบบของรถแต่ละกลุ่มจะช่วยให้คุณประเมินพื้นที่ใช้สอย สมรรถนะ และงบประมาณได้อย่างแม่นยำ ทำให้ทุกการเดินทางของคุณราบรื่นและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหารถเช่าเพื่อใช้งานไม่ว่าจะเป็นการเช่ารถรายวันเพื่อไปเที่ยวพักผ่อน เช่ารถรายเดือนสำหรับใช้งานชั่วคราว หรือเช่ารถระยะยาวเพื่อใช้ในองค์กร SUMMERCARRENT พร้อมให้บริการด้วยรถยนต์หลากหลายรุ่นที่ครอบคลุมทุก ประเภทรถยนต์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางของคุณอย่างแน่นอน